กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล แถลงข่าว คดีร่วมกันลักทรัพย์ รถจยยในเวลากลางคืน สนประเวศ บก.น.4


เมื่อวันที่ 30 พ.ค.62 เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. , พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ภายใต้การดำเนินการพล.ต.ตธีระพงษ์​ วงษ์รัฐพิทักษ์​ผบก.น. 4 พ.ต.อ. สมบัติหงษ์ทองรองพ.ต.อ.สุพล​ ค้ำชู​ รอง​ผบก.น.4 พ.ต.อ.อภิวัฒน์ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ปิยะกรณ์ ศรีวันทา​รอง.ผกก.สส.พ.ต.ท. ณัฐพงษ์​ พินิจ​ สว.สส.พ.ต.ต.จิรัสย์ หมื่นสิน​สว.สส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน. ประเวศ


ร่วมกันการจับกุม​ ผู้ต้องหาที่ 1 นายพีรพงษ์หรือพี​ สุคันธรัตนชาติอายุ 19 ปีอยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 2 ตำบลดู่อำเภอปรางค์กู่จังหวัดศรีสะเกษ
ผู้ต้องหาที่ 2 นายขวัญหรือกาย​ นันจำรูญอายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 16/1 ม 3 ถนนอ่อนนุชแขวงอ่อนนุชเขตสวนหลวงกรุงเทพฯ
ผู้ต้องหาที่ 3 นายสุนันท์​ หรือนัน บุญมาอายุ 20 ปีบ้านเลขที่ 297 5 ถนนริมทางรถไฟสายเก่าเขตพระโขนงคลองเตยกรุงเทพฯ
ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์รถจยย.ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือร่วมกันรับของโจร
พร้อมด้วยของกลาง

1 รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่นโซนิคสีเขียวดำทะเบียน ปตล49 กรุงเทพฯจำนวน 1 คัน
2 จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีแดงทะเบียนขจษ 42 กำแพงเพชรจำนวน 1 คัน
3 รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่นโซนิคสีแดงทะเบียนยฉน 848 กรุงเทพฯจำนวน 1 คัน4       รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น Sonic สีน้ำเงิน-เหลืองทะเบียนปคล62กรุงเทพจำนวน 1 คัน

5 โครงตัวถังรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าจำนวน 9 คัน
6 เครื่องรถจักรยานยนต์หมายเลขเครื่อง JA140E-0044779 จำนวน 1 เครื่อง,
7 เบาะรถจักรยานยนต์จำนวน 7 อัน
8 ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์จำนวน 2 อัน
9ไฟหน้ารถจักรยานยนต์จำนวน 2 ชิ้น
10 ชุดเก็บของใต้เบาะรถจักรยานยนต์จำนวน 5 ชิ้น​ 11 เฟรมข้างรถจักรยานยนต์จำนวน 12 ชิ้น
12 รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ-สีน้ำเงินดำทะเบียน 8 ก.ฐ4420 กทม​ จำนวน 1 คันรถที่ใช้ก่อเหตุ รวมจำนวน 12 รายการ


สถานที่วันเวลาที่จับกุม ที่บ้านปลูกเป็นเพิงพักริมคลองบึงบ้านม้าถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แขวงพัฒนาการเขตสวนหลวงกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 28 พ.คเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.
พฤติกรรมกล่าวคือเมื่อวันที่ 23 กพ 62 เวลา 08.00 นได้มีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110 i สีขาวดำทะเบียน 2 กข 6653 ของนางสาวทัศนีย์พึ่งกุศลผู้เสียหายที่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวโกเด้งใกล้โกดังพีแม็กถนนเฉลิมพระเกียรติร 9 เขตแขวงประเวศกรุงเทพฯและจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110i สีน้ำเงินดำทะเบียน 8 8 7 1 4 กรุงเทพฯของนายวีรยุทธมูฮัมหมัดผู้เสียหายที่บริเวณบ้านเลขที่ 6 2 2/3 ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์แขวงเขตประเวศกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน. ประเวศได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุและบริเวณร้าน 7-eleven สาขา Airport Link ทับช้างสามารถบันทึกภาพตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของนายวีรยุทธผู้เสียหายพบมีจำนวน 2 คนจึงทำการสืบสวนติดตามหาข่าวจนทราบว่าหนึ่งในคนร้ายร่วมก่อเหตุคือนายพีรพงศ์​ จากการสอบถาม นายพีระพงษ์ มีประวัติเคยถูกจับกุมคดีข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ถูกศาลตัดสินจำคุกขณะเป็นเยาวชนซึ่งการซักถามนายพีระพงษ์ได้รับว่าในการออกไปก่อเหตุให้แต่ละครั้งตนจะเป็นคนนัดหมายรวมกลุ่มกับพวกในเวลากลางคืนจะใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่ซ้อนท้ายกันกับพวกออกตระเวนไปหาลักจักรยานยนต์ตามท้องที่ต่างๆในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเมื่อพบรถจักรยานยนต์เป้าหมายนายพีระพงษ์จะลงไปใช้เท้าถีบหักคอรถแล้วทำการต่อสายตรงสตาร์ทเครื่อง ให้พรรคพวกที่ร่วมก่อเหตุขับขี่รถกลับมายังบ้านพักของนายขวัญหรือกายที่อยู่ริมคลองบึงบ้านม้าถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์เพื่อนำมาถอดแยกชิ้นส่วนเป็นอะไรและนำไปโพสขายใน Facebook ส่วนโครงตัวถังรถหรือชิ้นส่วนที่ขายไม่ได้ก็จะนำไปโยนลงของหน้าบ้านโดยรับว่าเคยก่อเหตุมาประมาณ 20 ครั้งและเคยร่วมกันก่อเหตุลักจักรยานยนต์กับนายวรยุทธ​ หรือบอล​ นันจำรูญและนายประสิทธิ์ชัยหรือ หนึ่งศาลาที่บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูโรงพยาบาลชิ้นส่วนโครงตัวถังรถซึ่งบริเวณครองดังกล่าวพบโครงตัวถังรถจักรยานยนต์จำนวน 9 คันจมอยู่ในคลองและพบเครื่องยนต์ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมากวางอยู่บริเวณรอบๆบ้านที่เกิดเหตุจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดีนำส่งพนักงานสอบสวนสน. ประเวศเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
, คดีที่ 2 ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 สน.บางชัน
พล.ต.ต.ธีรพงษ์​ วงษ์รัฐพิทักษ์​ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สมบัติ​ หงส์ทอง​ ​พ.ต.อ.สุพล​ ค้ำชู​รอง.ผบก.น.4 พ.ต.อ.อดิศักดิ์​ ชูพันธ์​ ผกก.บางชัน​พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางชัน
ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวนายอรรคพลท้องโสภณอายุ 40 ปีซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 10แขวงบางชันเขตคลองสามวากรุงเทพฯ
สถานที่เกิดเหตุภายในร้านสะดวกซื้อ 7-eleven สาขาพระยาสุเรนทร์ 12 ถนนพระยาสุเรนทร์แขวงบางชันเขตคลองสามวากรุงเทพฯสถานที่จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 11 แขวงบางชัน พร้อมกับตรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบดังนี้ อาวุธมีดปลายแหลมยาว 11 นิ้วจำนวน 1 เล่มหมวกไหมพรมสีดำจำนวน 1 ใบเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายพรางจำนวน 1 ตัวกางเกงยีนส์ขาสั้นจำนวน 1 ตัวรองเท้าฟองน้ำแบบหูหนีบจำนวน 1 คู่และกระเป๋าเสื้อผ้าสีส้มจำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่าชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนและ พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสวนสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร
, พฤติกรรมกล่าวคือเมื่อวันที่ 26 เวลาประมาณ 0317 นเจ้าหน้าที่ตำรวจสนบางชันได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุสำหรับวันจันทร์ว่ามีเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 7-eleven สาขาพระยาสุเรนทร์ 12 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายนางสาวสุดาพรสุขสงวนอายุ 22 ปีซึ่งเป็นพนักงานขายร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังทำงานอยู่ในร้านสะดวกซื้อนั้นมีชาย 1 คนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าเข้ามาภายในร้านและแสดงมีซึ่งซ่อนอยู่ภายในถุงกระดาษให้ผู้เสียหายดูแล้วบอกให้ส่งเงินโดยผู้เสียหายจึงส่งเงินให้รวม 4,000 บาทเป็นธนบัตรฉบับละ 100 จำนวน 30 ใบธนบัตรฉบับละ 20 บาทจำนวน 50 ใบจากนั้นคนร้ายได้ออกจากร้านและเดินทาง ไปในซอยพระยาสุเรนทร์ 10 เพื่อหลบหนีและผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 พ 62 ได้ทำการเชิญตัวนายอรรถพ,​ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 10 เนื่องจากมีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุสามารถบันทึกตำหนิรูปพรรณของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เนื่องจากหลังก็ให้เกียรติผู้ต้องหาได้ทำการถอดหมวกไหมพรมออกและจากการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายอรรถพลนั่นเองเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน. บางชันจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน. บางชันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หนุ่ม อินไซด์ทีวีและ ออนไลน์ประจำ บช.น.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *